Macbook กับอนาคตที่มืดมน & Vaio กับอนาคตที่ดูแล้วช่างสดใส
วันนี้หม่าม๊าโทรมาคุยด้วย เรื่องเกณฑ์ทหาร ปรากฎว่าต้องเสียทั้งหมด 28,000 รวมกับที่จ่ายค่าผ่อนผันเมื่อปีที่แล้วอีก 5,000 สรุปว่าต้องเป็นหนี้แม่ 32,000 บาท ซึ่งเท่ากับเงินเก็บที่เราฝากแม้ไว้พอดี (จริง ๆ ขาดไป 1,000 นึงด้วยล่ะ) เศร้าเลย โครงการจะกู้แม่ซื้อ Macbook เป็นอันล้มเลิกแบบไม่ต้องอ้าปากพูดให้มากความ เพราะถ้าอยู่ดี ๆ ไปขอยืมเงินสดแก 60,000 โดยผ่อนปกติ แถมไม่มีเงินเก็บซักบาท ได้โดนด่า 3 วันไม่จบ แถมไม่ได้ของอีกตะหาก (ซวย 2 ต่อเรยนะนั่น)
ประกอบกับปัญหาเรื่องวัสดุของ Macbook แล้วก็ราคา 50,000 กว่า แต่การ์ดจอยังออนบอร์ดนี่ก็น่าคิดเหมือนกันนะครับ ถึงแม้ว่าราคามันจะรวม OS แต่ Vaio รุ่นที่โชว์รูปอยู่ก็แถม Vista Home Premium มาให้เหมือนกัน (จากการใช้งานจริงผมพบว่า แค่ Home Premium ก็เพียงพอต่อการใข้งานแล้ว เพราะพวก Fax หรือฟังก์ชั่นทางธุรกิจ ผมปิดเกลี้ยงหมดเลย สมัยใช้ Ultimate)
และที่สำคัญ ถอย Macbook มา ก็เอามาลง Ubuntu อยู่ดี เพราะตอนนี้ใช้ Ubuntu จนติดไปแล้ว ประกอบกับประสิทธิภาพของ Macbook เมื่อต้องใช้งานกับ PhotoShop หรือ FinalCut (ชาตินี้จะได้ใช้ไหม) คงจะทำให้ Mackbook คนเก่งถึงกับอึ้ง และ อึด (แม้ว่าจะอัพแรมเป็น 2 GB ก็ตาม) เทียบกับ Vaio ที่ใช้ RAEDON X2300 มา ถึงแม้ว่าพลังความสามารถจะไม่ได้โดดเด่นมากมาย แต่ก็ไม่ออนบอร์ดแถมยังมีแรมเป็นของตัวเองล่ะน๊า +
อืม..หรือชีวิตนี้ เรากับ Macintosh จะยังไม่คู่ควรกันน๊า อุตส่าห์คิดไว้แล้วเชียวว่าพร้อมแล้ว เฮ้อ..!











เคยไปเดินเลียบๆ เคียงๆ ร้านแม็คที่เดอะมอลล์บางปิ ดูเจ้าแม็คบุ๊คสีขาวแล้วนึกถึงเครื่องเล่นเอ็มพีสามถูกๆ แถวตะวันนา ดูแล้วเป็นพลาสติกจ๋าแบบกะละมังใบละ 39 ไม่ปลื้มเลย
มีเด็กอายุราวๆ 11 ขวบคนนึง ชั่งน้ำหนักระหว่างเจ้าสองตัวนี้แหละ แล้วสุดท้ายเขาเลือกสีชมพู เพราะสเปคดีกว่าเยอะ
n-blue
December 13, 2007 at 10:19 am
นั่นแหละครับที่ทำให้หนักใจอยู่ อย่างน้อยสีชมพูก็การ์ดจอแยกออกมาต่างหากเนอะ (แม้ว่าจะเป็นการ์ด ATI ที่มัีปัญหากัีบ Linux ก็ตาม 555+)
pexza
December 13, 2007 at 11:54 am
เวรล่ะ post ไม่ติดพิมพ์ใหม่ ><
ผมว่าถ้าคุณซื้อ macbook มาแล้วเอามาลง ubantu ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกที่ซื้อ macbook มาลง windows นะ แค่เปลี่ยน os เท่านั้นเอง ซึ่งแปลว่าคุณก็ยังไม่พร้อมสำหรับ mac อยู่ดี
ถ้าแบบนั้นซ์้อยี่ห้ออะไรก็ตามใจเถิด
mac มันจะ ใช้งานได้เต็มที่ถ้ามี os ที่ควรจะคู่กับมันนะ ลองหันมาใช osx จริง ๆ จัง (ผมไม่รู้ว่าคุณเคยใช้ พวก osx86 มาหรือเปล่า) ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนมาใช้ osx ก็เหมือนกับตอนที่คุณเปลี่ยนจาก windows ไปใช้ ubantu นั่นแหละ มันต้องมีช่วงเวลาที่ปรับตัวกับซักนิดหน่อย เพื่อให้คุณทำงาน หรือ ใช้งานได้เหมือนเดิม และเข้ากับคนรอบ ๆ ข้างได้ดี ซึ่งผมผ่านตรงนี้มาแล้วแรก ๆ ก็มีปัญหาบ้าง ผมว่าคุณใช้เวลาไม่นานหรอก ในการปรับตัวมาเป็น mac user เนี่ย
WuTtY
December 14, 2007 at 12:27 pm
Macbook อะไร ราคา 50,000. สงสัยอยากได้รุ่นแพง
แล้วซื้อ Mac ตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะ good idea สักเท่าไหร่ เพราะว่ารุ่นใหม่จะออกมากลางเดือนมกราคม
lek
December 14, 2007 at 1:58 pm
ใครบอกผมหน่อยว่าฮาร์ดแวร์ของแม็คต่างหรือดีกว่าฮาร์ดแวร์อื่นแบบไหน ก็เห็นว่ายี่ห้อเหมือนๆ กัน
n-blue
December 14, 2007 at 4:35 pm
HW มันไม่ต่างหรอกครับพี่เน ไม่งั้น Mac รุ่นหลัง ๆ คงไม่อะแด๊บมาทำเป็น OSX86 ได้ง่าย ๆ คือมันเป็นที่ Software น่ะครับ ที่ทำให้ OSX ไม่สามารถเอามาติดตั้งสะเปะสะปะได้
หรือเรื่องแรม เช่น ยี่ห้อ Kingston ก็จะมีรุ่น KTA ที่อนุมานเอาว่าเข้ากันได้ดีกับเครื่อง Apple (ควรฟังหูไว้หู เพราะเป็นคำแนะนำของร้านขาย Mac ซึ่งแน่นอนว่าแพง อิอิอิ) แต่จากที่ผมศึกษามานิดหน่อย พบว่าบางคนซื้อแรมโน๊ตบุคธรรมดาไปใส่ก็ให้ผลเหมือน ๆ กัน ซึ่งอุปกรณ์ 2 อย่างที่เปลี่ยนได้ค่อนข้างอิสระคือ RAM และ HDD ครับ
ส่วน CPU การ์ดจอนั้น ผมว่ามันมีข้อจำกัดเรื่อง Driver น่ะครับ OSX คงไม่มี Driver หลากหลายเท่า Windows และผู้ผลิตฮาร์ดแวร์คงไม่ผลิตไดรเวอร์สำหรับแมค ในรุ่นที่ไม่ได้ถูกนำไปใส่ในเครื่อง Mac มั้งครับ (แค่ข้อสันนิษฐาน รอ Mac User มาให้ความกระจ่างอีกทีนะพี่เน อิอิอิ)
Pex
December 14, 2007 at 6:58 pm
ที่ถามเพราะสงสัยประโยคที่ว่า “mac มันจะ ใช้งานได้เต็มที่ถ้ามี os ที่ควรจะคู่กับมันนะ ”
เลยอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็นฮาร์ดแวร์หลัก มันต่างกันตรงไหน หรือต่อเป็น PowerPC ก็แค่ใช้ระบบ CPU กับอื่นๆ ที่ต่างออกไปจากใครเขา ก็เลยไม่ค่อยมีใครออกแบบระบบปฏิบัติการไปใช้ด้วย ยกเว้น YellowDog
หรือว่าเขาตั้งใจหมายถึงเฉพาะเม้าส์ตาเดียวกับคีย์บอร์ด
n-blue
December 14, 2007 at 8:48 pm
“mac มันจะ ใช้งานได้เต็มที่ถ้ามี os ที่ควรจะคู่กับมันนะ ”
ผมขยายความแบบนี้แล้วกัน
คำถามคือ คุณคิดจะซื้อ mac เพราะอะไร
1. รูปลักษณ์ สวย เท่ห์ ขาว อลูมิเนียม ฯลฯ ถ้าคุณซื้อเพราะเหตุนี้ คุณใช้ os อะไรก็ตามความชอบเถอะ เพราะ คุณใช้มันเพราะรูปลักษณ์ซื้อถ้ามันตอบสนองความชอบส่วนตัว ได้ครบตามความต้องการแล้วก็ไม่เห็นจะต้องใช้ osx ถ้าคุณลง os ที่คุณอยากจะใช้นั้นได้ (ผมไม่มีความรู้เรื่อง ubantu เลยนะครับ ไม่รู้ว่าลงแล้วจะใช้งานได้ครบถ้วนตามปกติหรือเปล่า) มันก็ตอบความต้องการคุณครบถ้วนแล้ว
2. ต้องการซื้อเพราะว่าต้องการใช้ mac ซึ่งในที่นี้ผมหมายถึงว่าคุณน่าจะใช้ osx เพราะ มันทำให้คุณได้ใช้ mac ตามที่มันควรจะเป็น เช่น macbook pro มี sensor จับความเคลื่อนไหวด้วย ซึ่ง sensor ที่ว่านี้ก็มี software ออกมาให้เล่นกันหลายตัว หรือเกมส์ที่ใช้ sensor นี้ ถ้าคุณเอา mac มาลง windows feature นี้มันก็จะหายไป แบบนี้เป็นต้น หรือ software หลาย ๆ ตัวที่เป็น pro app ที่มีเฉพาะบน mac เช่นพวก final cut (ซึ่งก็ไม่เถียงว่ามี software บน windows คล้าย ๆ กัน ใช้ทดแทนได้)
mac มันค่อนข้างจะเป็นระบบปิด ถึงแม้นว่ามันจะเปิดมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะ apple เป็น บ. ขาย hardware นะครับ ดังนั้นเลยต้องมีอะไรที่ทำให้ hardware ของเค้ามีอะไรที่แตกต่างมากกว่า hardware ยี่ห้ออื่น ๆ ไม่งั้น apple ก็จะเหมือน dell หรือ compaq ที่ขายเครื่องโดยที่ hardware ข้างในก็ oem มาทั้งหมด (dell ก็ทำ wireless เองนะบ้างรุ่น) แล้วก็ใช้ windows ที่ microsoft ทำ (จริง ๆ ตอนนี้ก็ oem มาเกือบทั้งหมดแล้วแหละ) ดังนั้นตอนนี้ mac จะต่างจากคนอื่น ๆ ก็คือ hardware กับ software ใช่มั้ยครับ ซึ่งก็คือ design กับ osx และ software อื่น ๆ ซึ่งมันก็คือคำถามที่คุณต้องตอบว่าคุณ mac เพราะอะไร
นอกจากไอ้ mouse สะดือเน่า ๆ กะ keyboard ที่ไม่มีปุ่ม delete แล้ว เท่าที่นึกออกก็มี bios
mac ไม่มี bios นะครับใช้ EFI แทน ดังนั้นเป็นเหตุนึงที่เราไม่สามารถเอา osx มาลงบน pc ธรรมดาได้ osx86 ก็ต้องทำ boot loader เองเพื่อให้ข้ามตอนนี้ไป หรือ ตอนนี้มีการทำ EFI emu เพื่อให้ osx ลงบน x86 ได้แล้ว หรือ mainboard ใหม่ ๆ ของ intel ก็เป็น EFI แล้ว อีกอันก็เช่น wireless card apple ก็ใช้ของตัวเอง ซึ่งถ้าเป็นบน notebook หลาย ๆ ตัวก็จะใช้ osx86 ก็จะใช้ wireless card ไม่ได้ต้อง ไปซื้อ พวก usb และเอา driver ที่คนอื่นทำแจกมาใช้แทน หรือ driver ที่มีบน osx
ส่วน ram กับ hdd นี่ อะไรก็ได้ที่ spec มันตรงตามที่ระบุไม่จำเป็นต้องบ้าซื้อยี่ห้อแพง ๆ ram ตัวล่ะ 1000 ก่า ๆ ก็ใช้ได้แล้วครับ การ์ดจอก็ nvdia กะ intel ธรรมดานี่แหละ ปัญหามันหลัก ๆ ก็ตามที่เข้าใจนั่นแหละครับคือไม่มี driver เพราะ apple คงไม่ทำ driver บน osx สำหรับ hardware ที่เค้าไม่ได้ใช้แน่นอน ถ้า driver หาง่าย ๆ osx86 ก็คงมีคนใช้มากกว่านี้เยอะ
mac ไม่ได้ดีเลิสเลออะไรเลยนะครับ มันก็ computer ยี่ห้อนึง (แถม QC ห่วย ปัญหาเยอะ แต่สวย
) เพียงแต่ว่า ผมคิดว่ามันน่าเสียดายที่คุณซื้อเครื่อง computer มายี่ห้อนึงที่มี software ที่ออกแบบมาใช้กับมัน และใช้ได้ดีมาก ๆ อย่าง osx แล้วคุณไม่ใช้
ส่วนตัวที่เปลี่ยนมาใช้ mac เพราะ osx ครับ ถามว่าทำไมตอบยากครับอันนี้ต้องขึ้นกับคนใช้เอง บางคนอาจจะชอบ บางคนอาจจะไม่ชอบครับ แต่เริ่มเลยคือยากลองครับ และพอลองแล้วก็ชอบมากกว่า windows หลาย ๆ บน mac และ osx ทำออกมาให้ใช้งานได้ดีกว่า windows แต่หลาย ๆ อย่างก็ทำงานได้แย่กว่า (ปัญหาหลาย ๆ อย่างของ mac ผมเขียน post บอกไป blog อีกอันของคุณไปแล้ว) แล้วทำไมไม่ใช้ osx86 ง่าย ๆเลยคือมันไม่สมบูรณ์ครับ
WuTty
December 16, 2007 at 12:23 am
ขอบคุณมากครับ มายาวแต่ละเอียดและเข้าใจชัดเจนครับ
ผมเคยมีประสบการณ์เล็กๆ บน Tiger ที่ติดตั้งบน VMware ครั้งแรกที่ใช้เลยรู้สึกชัดเจนสุดคือไม่ชอบระบบเมนูเลย ที่เอาเมนูโปรแรมที่เปิดไปแทนที่แถบด้านบนหมด อาจจะมองในแง่การใช้เนื้อที่ก็ได้ อีกส่วนเป็นเจ้าดึ๊งๆ ที่ Dock คลิกเรียกโปรแกรมมาต้องไปเต้นอยู่ตรงนั้นก่อน
n-blue
December 16, 2007 at 12:33 am
1. เรื่อง menu พอเริ่มชินมันจะแทบไม่ได้ใช้เลยครับ ใช้โปรแกรม launcher อื่น ๆ แทน เช่น spotlight(เพิ่งทำได้ใน Leopard) QuickSilver หรือ PathFinder เวลาจะเปิดโปรแกรมอะไรก็พิมพ์ ๆ แล้วกด enter ง่ายกว่ากด start menu แล้วเลือกแบบ windows ตั้งเยอะ
บางคนจะชอบใช้ dock เป็น launcher ชอบเอา shortcut มาวางเรียงงงงงงงง กันเต็มไปหมด เวลาจะกดรันโปรแกรมทีนึงก็มานั่งเพ่งกันตาเหลือก แต่ก็แล้วแต่ความชอบล่ะน้าาาาาา
2. เรื่อง dock ทำไม icon ที่ dock ต้องเต้น ความเห็นส่วนตัวท่ีมันต้องเต้น เพราะบอกให้รู้ครับว่ากำลังเปิดโปรแกรมอยู่ เพราะ mac มันไม่มีไฟกระพริบว่ามันกำลังอ่าน hdd อยู่ครับ (ผมต้องไปเอาพวก iStat menu มาใช้แทน จะเพิ่มไฟให้ซักด้วยก็ไม่ได้ -__-” ) ทำให้เราไม่รู้เลยว่าเครื่องมันอ่านหรือมันค้างอยู่เฉย ๆ เลยใช้วิธีเต้นเป็นการแสดงผล นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างนึงของ design + software ของ mac ที่มันต้องอยู่คู่กัน
WuTty
December 16, 2007 at 6:50 pm
ผมขอถามเอาเป็นความรู้หน่อยนะครับ ขั้นตอนการติดตั้งปกติใช้เวลานานมากน้อยแค่ไหนครับ เอาแบบ clean install ผมเคยลงบน VMware ล่อไป 3 ชั่วโมงกว่ากว่าจะเสร็จ การลงบนเครื่องจริงน่าจะน้อยกว่านั้นมาก แต่ไม่รู้ว่าเป็นเท่าไหร่
อีกอย่างนึงที่ผมสนใจ คือ ดูเหมือนว่าการตั้งค่าและการ config อะไรต่างๆ เหมือนว่าจะเป็นแบบ minimal หรือจำกัดการปรับแต่งค่อนข้างมาก ตอนลงบน VMware ผมต่อเน็ตอะไรไม่ได้เลย แก้ค่ากับมือให้วุ่น (ที่ไฟล์ config ของ VMware ก็ทำ) แต่ไม่สำเร็จเลย ..ฮือๆ
n-blue
December 17, 2007 at 9:28 am
เครื่องผมยังไม่เคย clean install เลยนะครับ เพราะตอนซื้อมาเป็น tiger แล้วพอ leopard ออกก็เลยลอง upgrade แล้วมันไม่มีปัญหาอะไรใหญ่มาก ก็เลยใช้ไป ใช้เวลาแบบอัพเกรต 40 นาทีครับ
ส่วนเครื่องที่ full install เท่าที่ถาม ๆ ดูก็ประมาณนี้นะครับ เครื่องที่เก่า ๆ หน่อยก็ใช้เวลาเยอะหน่อยครับแต่ไม่เกิน 1 ชม.
ผมเข้าใจว่าที่ลงใน vmware เป็น osx86 ใช่มั้ยครับ ถ้าใช่ก็ไม่น่าแปลกอะไรที่ต้องใช้ command line ในการ config เพราะมันสั่งจาก ui ได้ทั้งหมด เพราะตอนที่ผมลอง osx86 ก็แบบนี้ล่ะครับ แล้วก็พอดีได้ของแท้มาก็เลยเลิกครับ
ลองใช้ของจริงดีกว่าครับ
WuTty
December 17, 2007 at 4:18 pm
ขอบคุณมากครับ ได้ความรู้เยอะเลย
n-blue
December 18, 2007 at 9:54 am
จขบ. (เจ้าของบล๊อก) กำลังลังเลเจ้าชมพู กับเจ้าขาวงับ หมั่นไส้มาก ๆ จะเอา มบป. (แม๊กบุ๊คโปร) ซะเรย เคสไม่แตก แต่ไฟดูด 555+
pexza
January 2, 2008 at 5:07 am
สิ่งที่ Microsoft ขายเรา คือ ความเคยชิน ,, และ ฐานจำนวนผู้ใช้ ,,
สิ่งที่ Apple ขายเรา คือ ความสะดวกสบาย ,, และความเสถียร ,,
,,
หากคุณพอใจ ในความสะดวกสะบาย จาก Microsoft อยู่แล้ว ,,
หรือ พอใจในความเสถียรของระบบจาก Microsoft อยู่แล้ว ,,
ก็ไม่มีจำเป็น ที่คุณต้องย้ายมา OSX ,,
เพราะคุณจะรู้สึกแย่ จากความไม่เคยชิน ,,
แต่หากใช้ไปสักพัก อาจเปลี่ยนใจ และ ติดใจในความสะดวกสบาย ,,
และ ความเสถียร นี่แหละ ,,
,,
ส่วน Sony นั้น พยายามจับ ความสะดวกสบาย มาเสริมทัพให้ Microsoft ,,
ด้วยการเพิ่ม Software เพื่อจัดการอะไรต่างๆให้ง่ายยิ่งขึ้น ,,
ซึ่งก็ทำได้ดี ,,
แต่กับความสเถียรนั้น Microsoft ต้องพัฒนาเอง ,,
และตกเป็นภาระของผู้ใช้ ในระดับนึง ,,
,,
indy
January 6, 2008 at 11:43 am
I really like this stuff. I’ve just bought it last week form Amazon, someone told me I can fine cheap macbook airin there.
Mak
April 1, 2008 at 3:55 pm
ใช้ทั้งสองอย่างที่คุณอยากได้ทั้ง (ไม่ใช่ว่ารวยนะ) เครื่องแรก viao สีชมพูสุดสวย จำชื่อรุ่นไม่ได้ เค้าให้ vista แต่งง ๆ เลยไม่ได้ใช้เปลี่ยนเป็น window xp ปกติ เครื่องโอเคนะเพราะเราใช้งานธรรมดา แต่มีปัญหาตอนไฟตก เครื่องมัน แฮงค์ ต้อง restat บ่อยมากเลย แต่ก็ทำใจ ชอบที่สุดตอนซื้อมาก็คือรูปลักษณ์ไงค่ะ แต่ต่อ ๆ มาก็ธรรมดาเหมือนเครื่องเก่า(เครื่องเก่าใช้acer) ก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมต้องซื้อแพงกว่า 555 แต่ตอนนั้นอยากได้เพราะสวย ปรากฏว่าเครื่องมีปัญหากับระบบไฟ(เพราะที่หอไฟตกบ่อย) ต้องเปลี่ยน HD แต่ก็โอเคพอดีน้องอยากได้เลยขายต่อไป ก็เฉย ๆ ไม่ได้อยากได้ notebook อีก
แต่พอดีผู้มีอุปการะคุณจะออก เครื่องใหม่ให้เล็งไว้ธรรมดาแต่เค้าอยากให้ใช้ Mac โอเคนะ macbook รุ่นใหม่ดี แต่ทำงานปกติไม่ได้เลย(จาก fileของ office) เลยซื้อโปรแกรม iwork ด้วยสรุปราคาเท่า ๆ viao ตัวแรก
แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้ใหม่ ๆ คือ โอเคมากกับหลาย ๆ เรื่องของ mac ภาพ สี การใช้งานง่ายไม่ค่อยยุ่งยากนะ (ถ้าเรียนรู้เป็นแล้วจารู้สึกได้เลยว่าคุ้มกับเงินที่เสียไป) เพราะระบบการทำงานไม่มีปัญหาเลย เพราะ software ของ mac ตอบสนองความต้องการของคนใช้ครบ ยกเว้น iwork ที่ต้องซื้อที่นี่แหละรู้สึกเจ็บใจนิด ๆ แต่พูดถึงคำว่าลิขสิทธิ์ ก็ต้องขอน้อมรับด้วยความเต็มใจ จริงๆ เราไม่เคยเสียเงินเรื่องนี้แต่พอมาใช้ก็รู้สึกอืม บางอย่างเค้าพัฒนาเค้าควรได้ และจะบอกว่าจะใช้อะไรไม่สำคัญหรอกนะ
เราเอาส่วนที่ดีที่เรามีทำของเราให้ดีที่สุดดีกว่า ไม่ได้หมายความว่าอะไรดีกว่าอะไร ทุก ๆ อย่างมีข้อดีหมด เราเลือกใช้เองต่างหาก
คุณเลือกได้แล้วแต่ว่าคุณจะเลือกอะไรต่างหาก
b
December 20, 2008 at 7:52 am
อยากใช้แมคบุ้้คมากกัปเหนของเพื่อนแล้วมันแจ่มมากเลย
แต่อยากรู้ว่า รุ่นอลูมิเนียม ถ้าซื้อ2.0มันจะดีป่าวกัป
หรือว่า2.4ดีแต่ราคามันต่างกันเปนหมื่นเลยคับ
ผมใช้มันเพื่อกราฟฟิกและเขียนโปรแกรม
ไม่รู้ว่าัมันจะดีป่าวถ้าซื้อ 2.0
ช่วยอธิบายหน่อยคับ
ขอบคุนล่วงหน้า
tri
December 26, 2008 at 11:27 pm
ถ้าใช้สำหรับ Graphic นี่ พยายามเอาตัวที่มีการ์ดจอแยกครับ ออนบอร์ดคงไม่ไหว ซึ่งตัว Aluminium นี่มีการ์ดจอแยกเรียบร้อย (น่าจะเป็น nVidia 9300 Serie นะครับถ้าจำไม่ผิด) ซึ่งประสิทธิภาพคงต้องถามว่าเอามาทำ 2D อย่าง PhotoShop / Illustrator หรือ 3D ถ้า 2D ก็สอย Macbook Aluminium ได้เลยครับ อัดแรมให้เต็มที่ซัก 4 GB (เพราะโปรแกรมพวก PS / IS นี่ใช้แรมเปลือง)
ส่วนซีพียูไม่ค่อยมีผลกับโปรแกรมพวกนี้ครับ แต่ถ้าเอาไปใช้กับงานที่ต้อง Render ภาพก็เอาซีพียูแรง ๆ หน่อยไปเลย ทั้งนี้ดูสภาพแวดล้อมด้วยนะครับว่าเอาไปใช้ยังไง ถ้าเสียบปลั๊กก็โอเค ถ้านอกสถานที่โดยใช้แบตก็อาจจะหมดเร็วนิดหน่อย
การเขียนโปรแกรมนี่อนุมานเอาว่าคงเป็นพวก VB อะไรประมาณนี้ ซึ่งไม่ได้ใช้พลังงานกราฟฟิคเยอะ และจะไปใช้ CPU หนัก ๆ ก็ตอน Compile พยายามอย่าเอาที่ช้ามาก ๆ ครับไม่งั้น Compile ทีรอกันเหงือกแห้ง ซึ่งเท่าที่ว่ามาฟันธง! Macbook Aluminium ครับ ส่วนจะเอาซีพียูตัวไหนก็ตามกำลังทรัพย์เลย ถ้างานที่ต้อง Compile ไม่ใหญ่โตมาก ๆ มองไม่เห็นความต่างหรอกครับ (แต่ก็ต้องพึงระลึกไว้ด้วยว่าอุปกรณ์พวก CPU / VGA ของโน๊ตบุคมันเปลี่ยนไม่ได้ง่าย ๆ เหมือน Desktop ถ้าคิดว่าจะอยู่กันไปนาน ๆ นี่ต้องคิดและวางแผนถึงอานคตนิดนึงครับ จะได้ไม่ต้องเสียตังค์หลายรอบ)
pexza
January 1, 2009 at 4:09 am
อย่างงั้น 2.0ก้อถือว่าโอเครึปล่าวคับ แบบว่าใช้ซักสามสี่ปี พอไหวมั้ย
ก้อไม่ได้ทำอารายหนักๆมากมาย ใช้ทั่วไปอะ
bumbim
January 1, 2009 at 11:53 am
ได้เลยครับ (อันที่จริงค่อนข้างเหลือด้วยซ้ำ งานทั่วไปออนบอร์ดของอินเทลยังเหลือกิน) แต่ผมว่ารอ Snow Leopard ดีกว่านะ เผื่อมี Minor Change อันใดในตัวผลิตภัณฑ์จะได้ไม่ต้องเสียดายในระยะเวลาอันรวดเร็ว อิอิอิ
pexza
January 1, 2009 at 8:58 pm
อืม
ขอบคุนมากครับ
งั้นผมก็จะรอSnow Leopardดีกว่าแต่ใช้2.0น่ะครับเพราะทรัพย์น้อย อีกอย่างต้องซื้อแอปเปิ้ลแคร์ด้วยกัป
ซึ่งรวมๆแล้วก็เกือบหกหมื่นครับ
แต่ที่บอกว่าอัพแรมให้ถึง4GBแล้วเครื่องมันจะเสถียรป่าวครับ
เหนผมไปถามในร้านi studio เค้าบอกว่าสเปกที่เค้าให้มานั้นมันเสถียรแล้วครับผมเลยไม่อยากอัพครับ อีกอย่างถ้าอัพมันก็แพงด้วยครับ(ราคาเกือบไ้ด้กับรุ่นท้อปเลยครับ)
ขอความเหนหน่อยครับ
ขอบคุนล่วงหน้าครับ
tri
January 4, 2009 at 10:52 pm
เราว่าคิดผิดตั้งแต่เอาไป macbook ไปเทียบกะ vaio แระ ถ้าเทียบกันที่การ์ดจอแล้วละก็ขอแนะนำให้ใช้ macbook pro นะ เพราะซื้อมาใช้ผิดวัตถุประสงค์มากๆ ถ้าจะใช้พวกกราฟฟิคมากๆก็ไม่ควรใช้การ์ดจอ on broad หรอก
แล้วคุณซื้อmacมาใช้ แต่ลงUbuntu ฟังแล้วแสนเศร้า คุณมีของดีอยู่ในมือแล้วน่าจะลองเล่นดูนะ ถ้าชินกับ mac osแล้ว ขอบอกว่าชีวิตง่ายขึ้นเยอะ และก็ไม่กลับไปใช้ os อื่นอีก (นอกจากเล่นเกมบนwindows อิอิ) ของเค้าดีจริงๆ
ทาสmac
February 16, 2009 at 9:52 am
ซื้อ Mac ก็เพราะว่าจะใช้ OSX ถ้าไม่ชอบก็ใช้ windows ไป ไม่เห็นต้องแสดงความเห็นที่พยายามจะทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น หรือปลอบใจตัวเองนี่นา
Pon
March 27, 2009 at 10:22 pm
ปัญญาอ่อนมากๆ
test
May 5, 2009 at 9:33 pm
คือว่า นู๋ไม่ค่อยมีความรู้เรื่อง คอมอะไรมากมาย
พอดีนู๋จะซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่ แต่ตัดสินใจไม่ค่อยได้ ว่าจะซื้ออะไรดี
ตอนนี้ที่อยู่ในใจคือ Macbook vs Vaio อ่ะค่ะ แต่นู่ไม่รู้จะเลือกซื้ออะไร
เพราะไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับMacbookสักเท่าไร
จุดประสงค์ที่นู๋จะซื้อก้อคือเอามาทำงานทั่วๆๆไป ทำรีพอร์ต ส่งอาจารย์ในมหาลัย
เล่นเกมออนไลส์ เช่น cabal kartrider อะไรพวกนี้แล้วก้อเอาเล่นเอ็ม ฮิฮ้า
แค่นั้นเองค่ะ นู๋มีงบอยู่50000 แต่นู๋ค่อนข้างอยากจะได้mac มากกว่า
แต่นู๋ไม่รู้ว่า มันจะเหมาะที่นู๋จะเอามาใช้หรือป่าวค่ะ
**ยังไงนู๋ขอความเห็นจากพวกพี่ๆๆหน่อยนะค่ะ เพราะนู๋จะซื้ออีกไม่กี่วันแล้ว
* ขอบคุนล่วงหน้าค่ะ*
DRaMa
May 15, 2009 at 4:25 am
ผมว่างาน Photoshop อะไรจะสู้ OSX ได้อ่ะครับเพราะเห็นเพื่อนเรียนพวกนี้
บ่นอยากได้ Mac กันทุกคน เค้าบอกว่ามันจะให้ค่าสีตรงกับตาที่เราเห็นในหน้าจอ
Finalcut ใน OSX น่าจะมีแล้วนะครับ โปรแกรมเกี่ยวกับงาน Multimedia
MacOSX นี่สุดๆล่ะครับ ผมจับ OSX ครั้งแรกก็ลืม วินโดวส์ไปเลย….เหอะๆ
Mckie
May 23, 2009 at 12:49 pm
เพิ่งขายไวโอ้..เพื่อซื้อแมค
คงไม่ต้องบอกเหตุผล…เพราะอะไร
may
June 7, 2009 at 1:42 pm
ผมว่ามันเทียบกันไม่ได้หรอกครับ ระหว่าง macbook กับ Vaio
เพราะว่ามานสร้างมาเพื่อคนละสิ่ง ถ้าคุณเป็นนักดนตรี ถามหน่อยสิ คุณจะใช้ Vaio เนี้ย ทำเพลงหรอ เพราะโปรแกรมที่ไว้ทำเพลง อยู่ใน OSX เกือบทั้งนั้น และโปรแกรม ที่ไว้สร้างภาพ อนิเมชัน ต่างๆ บนโลกนี้ส่วนใหญ่ก็ใช้ mac คุณลองเปิดใจกว้างๆสิครับ ใช้จริงที่ Vaio ใช้ OS WINDOWS ซึ่งคนส่วนใหญ่เข้าใจกันก็จริง เพราะความเคยชิน เราเกิดมา ก็รู้จัก WINDOWS กันหมดแล้ว
แต่ถ้าเทียบเรื่องความ เสถียร ความสะดวก สบายละก็ ผมว่า macbook ดีกว่าเยอะ ส่วน Vaio ได้ความคุ่นเคยของคุณมากกว่า นะครับ
ผมก็ ขาย Vaio แล้วก็มาซื่อ MacBook เหมือนกันครับ รู้สึกว่า คิดถูกมากๆ
สรุปนะ เกิดจากความเห็นส่วนตัวคุณมากกว่า กรุณา คิดดีๆ
kapmoo
June 28, 2009 at 10:12 am
MAC ไม่ดีลองดู KFC แระการ
โอ๊ะโอ
June 29, 2009 at 8:46 pm
vaio ก๋มีชื่อเรื่อง ภาพ เสียงนะคร้าบ
ดังมานาน 10กว่าแล้วด้วยอะ
เทียบกันไม่ได้หรอก 2 อันนี้
เทียบไปก็เหมือน ferrari(sony มีชื่อมานานส่วนแบ่งตลาดเยอะกว่า) vs lamborghi(apple ระบบปิด)
แต่โซนี่ได้เปรียบเพราะขายทั้งเครื่องใช้ไฟฟฟ้า เกือบทกอย่าง
bob
September 20, 2009 at 11:19 am